Home Bind us with Love
   
 
 
 
 
 
 
 
   
 
   
 
 

Watch Rhema Events Live
 

Podcasts, Word of Faith Magazine, and more…
 

Church Listings in USA
 
Purpose of RHEMA Alumni   Connection    Membership    Class Schedule
   Alumni News    Alumni's Testimony
 
   Alumni's Testimony
   
    ข้าพเจ้าชื่อ ยุทธนา ยาบ้านแป้ง อายุ 42 ปี รับเชื่อเมื่อเดือน ตุลาคม ปี 2002
ข้าพเจ้าเข้าเรียนปี 2005-2006 เป็นสมาชิกศิษย์เก่าเรมา
ปัจจุบันรับใช้เต็มเวลาที่ คจ.มหาพรตรีมณฑล

รับผิดชอบ
-ทีมนมัสการ นำวันอาทิตย์เดือนละ 1 ครั้ง
-อธิฐานวันศุกร์ประมาณ 6 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้ง
-ดูแลห้องเครื่องเสียง
-แบ่งปันพระวจนะอยู่ในกลุ่มสามัคคีธรรมวันพุธ เดือนละ 1 ครั้ง
-เป็นที่ปรึกษาอนุชน และแบ่งปันพระวจนะในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ เดือนละ 3 ครั้ง

เมื่อประมาณปี 2004 ข้าพเจ้ามีอาการ ซีกซ้ายชา และไม่มีแรง ข้าพเจ้าพูดขึ้นว่า
พระเจ้าข้าฯลูกนอนอย่างนี้ไม่ได้ ลูกต้องหาย ข้าพเจ้าสั่งความเจ็บป่วยออกไป
โดยพระนามขององค์พระเยซูคริสต์ (มก 11:23)ไม่ได้ไปหาหมอและไม่รู้ว่าเป็นอะไรด้วย
และ1เดือนต่อมาข้าพเจ้าหายเป็นปกติ และได้ไปตรวจสมองที่ รพ.พญาไทและก็ไม่พบ
สิ่งผิดปกติใดๆ อาการทุกอย่างเป็นปกติ สามารถทำงานได้ และขับรถได้เหมือนเดิม
ขอบพระคุณพระเจ้า

เวลาผ่านไป 4 ปี
เมื่อวันเสาร์ที่ 1 พย.2008 ข้าพเจ้าเป็นผู้นำซ้อมนมัสการ เวลาประมาณ 20.00 น.
ข้าพเจ้ามีอาการ ชาซีกขวาไม่มีแรงและขยับตัวไม่ได้จึงไปนั่งพักสักครู่หนึ่งก็เริ่ม
อาเจียนออกมา พี่น้องจึงเริ่มอธิฐานเผื่อข้าพเจ้า ในขณะนั้น ข้าพเจ้าก็เชื่อว่าพระเจ้า
รักษาข้าพเจ้าให้หายแล้ว ขอบคุณพระเจ้า...
ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรรู้แต่ว่าข้าพเจ้าจะต้องกลับคืนสู่สภาพดี แล้วภรรยาและพี่น้อง
จะพาไปส่งที่ รพ.แต่ข้าพเจ้าไม่อยากไปจึงให้ไปส่งที่บ้านและนอนหลับสนิทถึงเช้าเลย

รุ่งเช้าวันอาทิตย์ที่ 2 พย.2008 ภรรยาแนะนำว่าควรไปหาหมอให้ตรวจสักหน่อย
เพื่อจะได้รู้ว่าเป็นอะไร เมื่อไปถึง รพ.ธนบุรีจึงได้ไปเอ็กซ์เรย์สมอง หมอบอกว่า
เส้นเลือดในก้านสมองแตกและไม่สามารถเจาะกะโหลกศรีษะหรือผ่าตัดได้แต่หมอ
ก็ประหลาดใจว่าเลือดในสมองหยุดไหลได้อย่างไร แล้วทำไมถึงได้ยังรู้สึกตัวอยู่ได้
และหมอให้นอนอยู่ที่ รพ.ดูอาการในห้อง ICU ก่อนเพราะกลัวว่าเลือดจะไหลออกมาอีก
อย่างน้อย 1 เดือน ต้องเสียค่าใช้จ่ายวันละ 20,000 บาท ไม่รวมยารักษา รวมแล้ว
ค่ารักษาประมาณ 1 ล้านบาท และก็ยังไม่แน่ใจว่าจะหายหรือปล่าว

ข้าพเจ้าขอย้ายมารักษาที่ รพ. ศรีวิชัย2 แถวหนองแขม เพราะอยู่ใกล้บ้านแต่หมอ
ไม่อยากให้ย้ายเพราะกลัวเสียชีวิตในขณะเดินทาง แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่าจะไม่เป็นอะไรทั้งนั้น
และข้าพเจ้าก็มาถึงรพ.ศรีวิชัย2 อย่างปลอดภัย ขอบคุณพระเจ้า
ข้าพเจ้านอนอยู่ที่ รพ.3วัน ข้าพเจ้าก็ได้กลับบ้าน และปัจจุบันนี้ข้าพเจ้าหายเป็นปกติทุกอย่าง
เพราะว่าในขณะที่ข้าพเจ้าไม่สบาย ข้าพเจ้าเชื่อว่าข้าพเจ้าได้รับการรักษาให้หายแล้ว
ข้าพเจ้าได้นึกถึงตัวอย่างที่ข้าพเจ้าได้เรียนมาว่า เมื่อเวลาโต๊ะทับเท้าเมื่อเราเอาโต๊ะออก
เท้าก็ยังเจ็บอยู่ แต่ในฝ่ายวิญญาณเรารู้ว่าเราหายแล้ว แต่ร่างกายยังเจ็บอยู่
ในทุกวันที่ข้าพเจ้าตื่นขึ้นมา ขอบคุณพระเจ้าข้าพเจ้านั่งได้นานขึ้น จากที่นั่งเองไม่ได้นาน
ในทุกวันที่ข้าพเจ้าตื่นขึ้นมา ขอบคุณพระเจ้าแขนขยับได้ และมีแรงมากขึ้น
ในทุกวันที่ข้าพเจ้าตื่นขึ้นมา ขอบคุณพระเจ้าขาขยับได้
ในทุกวันที่ข้าพเจ้าตื่นขึ้นมา ขอบคุณพระเจ้าเดินได้
ในทุกวันที่ข้าพเจ้าตื่นขึ้นมา ขอบคุณพระเจ้าเชื่อว่าต้องขับรถได้อีก

สำหรับข้าพเจ้าครอบครัวมีส่วนช่วยในการอธิฐาน ช่วยดูแลการกินการอยู่และให้กำลังใจกัน
เพราะข้าพเจ้าและภรรยาแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าโดยการเรียนพระคัมภีร์และการอธิฐาน
สดุดี บทที่ 126:1เมื่อพระเจ้าทรงให้ศิโยนกลับสู่สภาพดี เราก็เป็น
เหมือนคนที่ฝันไป

ขอพระเจ้าได้รับเกียรติ
ขอขอบคุณศูนย์อบรมพระคริสตธรรมเรมาประเทศไทย ที่สอนให้รู้ถึงพระวจนะของพระเจ้า
และอธิฐานเผื่อ